สมองเสื่อมรู้เร็วรีบรักษาวางแผนชีวิตทัน กันยายนเดือนอัลไซเมอร์โลก

ภาวะสมองเสื่อมส่งผลกระทบต่อคนหลายล้านคนทั่วโลก ทั้งตัวผู้ป่วยเองและครอบครัว
เดือนอัลไซเมอร์โลก เป็นแคมเปญระดับสากลที่จัดขึ้นโดย Alzheimer s Disease International ในเดือนกันยายนของทุกปี โดยปีนี้หัวข้อหลักคือการสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการวินิจฉัยโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง และผู้ที่ยังไม่แสดงอาการแต่มีโอกาสเสี่ยง
หากรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจ เมื่อพบว่ามีภาวะสมองเสื่อมจะได้รับการรักษาโดยเร็ว ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งทั้งต่อตัวผู้ป่วย ครอบครัว ผู้ดูแล และสังคมโดยรวม
เดือนอัลไซเมอร์โลก เป็นแคมเปญระดับสากลที่จัดขึ้นโดย Alzheimer s Disease International ในเดือนกันยายนของทุกปี โดยปีนี้หัวข้อหลักคือการสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการวินิจฉัยโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง และผู้ที่ยังไม่แสดงอาการแต่มีโอกาสเสี่ยง
หากรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจ เมื่อพบว่ามีภาวะสมองเสื่อมจะได้รับการรักษาโดยเร็ว ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งทั้งต่อตัวผู้ป่วย ครอบครัว ผู้ดูแล และสังคมโดยรวม
ผู้ป่วยและครอบครัวมักเกิดความเครียดวิตกกังวลหากตรวจพบว่ามีภาวะสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ แต่ในทางกลับกัน การได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ตั้งแต่เพิ่งเริ่มเป็น ผลของการรักษาแตกต่างจากการทราบว่าเป็นเมื่อมีอาการมากแล้ว
1.หากพบภาวะสมองเสื่อมได้เร็ว จะช่วยให้รักษาง่าย ชะลออาการให้ช้าลงได้ดี
2.การได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ ทำให้ทราบว่าเกิดภาวะสมองเสื่อมจากสาเหตุใด และจะได้รับการรักษาตรงกับสาเหตุ
3.รู้แน่ว่าสมองเสื่อมหรือไม่ ปัญหาความจำหรือความคิด อาจไม่ใช่สมองเสื่อมเสมอไป
ภาวะอื่นที่มีอาการคล้ายกัน เช่น ภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล ความเครียด การนอนหลับไม่เพียงพอ ขาดธาตุเหล็กหรือวิตามิน น้ำคั่งในสมอง ปัญหาต่อมไทรอยด์ หรือผลข้างเคียงจากยา ฯลฯ
4.การตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษา และการดูแลในระยะยาว
สามารถปรึกษาแพทย์ร่วมมือกันวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม ทั้งในรูปแบบของการใช้ยาและไม่ใช้ยา
1. ถึงแม้ว่าปัจจุบันยังไม่มียารักษาให้หายขาด แต่ในผู้ป่วยบางรายสามารถใช้ยาเพื่อช่วยชะลอความถดถอยของสมองให้ช้าลงได้
2.ผู้ป่วยและครอบครัวทราบว่าจะต้องดูแลสุขภาพโดยรวม ด้วยการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตและการกินอยู่เพื่อการมีสุขภาพที่ดีขึ้น
เช่น ควบคุมโรคไม่ติดต่อเรื้อรังNCDs เบาหวาน ความดัน หลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง เลิกสูบบุหรี่ กินอาหารเน้นประโยชน์ต่อร่างกาย นอนหลับให้พอเพียง ออกกำลังกาย ทำกิจกรรมฝึกสมองและความจำ เข้าสังคมไม่แยกตัวโดดเดี่ยว ซึ่งจะเป็นอีกทางหนึ่งในการช่วยชะลออาการสมองเสื่อม
หากอาการของสมองเสื่อมดำเนินไปจนถึงจุดที่ความจำและความเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ น้อยลง การเตรียมการด้วยตัวเองอาจเป็นไปได้ยาก ในขณะที่ครอบครัวก็อาจขาดความพร้อมในการรับมือ
มีเวลาวางแผนชีวิตอย่างไรบ้าง
1.มีเวลาศึกษาเรียนรู้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับอาการของโรค การรักษา การดูแล หน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลืออย่างกลุ่มสนับสนุนต่าง ๆ
2.ได้ปรึกษากับครอบครัวและบอกความต้องการ เช่น ความต้องการในการใช้ชีวิต ต้องการการสนับสนุนในลักษณะใด ความต้องการดูแลสุขภาพ และการดูแลในอนาคต ครอบครัวมีโอกาสเตรียมตัวและเรียนรู้โรคร่วมกัน รวมทั้งการแบ่งหน้าที่การดูแล ซึ่งจะช่วยลดปัญหาความขัดแย้งภายในครอบครัว
3.เตรียมสิ่งแวดล้อมภายในบ้านและเตรียมการป้องกันได้ทัน อาจค่อย ๆ ปรับบ้านเพื่อช่วยให้ผู้มีภาวะสมองเสื่อมใช้ชีวิตง่ายขึ้น และมีความปลอดภัย เช่น การป้องกันผู้ป่วยหายจากบ้าน การเลิกขับรถ เป็นต้น
4.จัดการในเรื่องสำคัญ เช่น การทำงาน การทำธุรกรรม การวางแผนการเงิน ค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วย การดูแลทรัพย์สิน รวมทั้งสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ผู้ป่วยได้รับ
5.มีเวลาวางแผนเพื่อทำในสิ่งที่ต้องการก่อนอาการของสมองจะเสื่อมจะดำเนินไปมาก
หากสงสัยสมองเสื่อมอย่าปล่อยไว้ รีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัย
บทความที่เกี่ยวข้อง











